วันอังคารที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2552

บทความจากฟิ้ว



บทความนี้คัดลอกจากนิตยสาร "ฟิ้ว" ฉบับที่ 24 เดือนมกราคม 2552 เขียนโดย นภสร ลิ้มไชยาวัฒน์

"กล้ามาก...ทำไปได้" ---อังเคิล-อดิเรก วัฏลีลา (ผู้กำกับและโปรดิวเซอร์)
"ผมพร้อมจะหนีเมียไปดูหนังของคุณตุ้ยครั้งที่ 2" ---คุณพ่อม้า
"คนไทยก็ทำหนังอลังการงานสร้างได้เฟร้ย...!!!" ---ซับบาธ
(ตัวอย่างคำชม 'อภัย:มณี' จากเว็บไซต์)

คำชมข้างต้นไม่ได้เกินจริง เพราะหนังเรื่องนี้ประกอบด้วยรถบิน, หุ่นยนต์, โลกอนาคต, สเปเชียลเอฟเฟ็กต์ และ พระอภัยมณี! อลังการงานสร้างแถมทุ่มทุนทำสื่อ ทั้งบล็อกของหนังซึ่งบรรจุด้วยโปสเตอร์สุดเก๋, คลิปสัมภาษณ์นักแสดง และปล่อยตัวอย่างหนังออกมาเรียกน้ำย่อยเป็นระยะๆ ... อ๊ะๆ นี่ไม่ใช่หนังใหญ่แข่งกับ 'องค์บาก 2' แต่เป็นหนังสั้นทำมือของ วิชชา สุยะรา ต่างหาก
หลังจากทำหนังสั้นมา 5-6 เรื่อง ตั้งแต่สมัยเรียนที่ม.มหาสารคาม เช่น 'ผีฝาเหล้า', 'เด็กชายที่ชอบล้างมือ' (ได้รับรางวัล E-San Film Awards 2006) ...วิชชาก็รู้ตัวว่าหลงใหลใน 'ภาพเคลื่อนไหว' เข้าอย่างจัง จึงพกพาความฝันมุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานคร เพื่อสารฝัน 'การเป็นผู้กำกับหนัง'
"เรามากรุงเทพฯ แบบไม่รู้จักใคร มาถึงก็ขอทำงานกับพี่อังเคิลเลย ซึ่งพี่เขาก็รับเราเข้าทำงานและทำทุกอย่างจนไปถึงด้านกราฟฟิคดีไซน์ หลังจากนั้นพี่อังเคิลส่งไปฝึกฝีมือต่อที่ด็อกเตอร์เฮด" (บริษัทกราฟฟิคดีไซน์ชื่อดังที่รับออกแบบสื่อโฆษณาให้วงการหนังไทย)
หลังจากฝึกฝีมือกว่า 2 ปี วิชชาก็ได้ฤกษ์ทำ 'อภัย:มณี' หนังสั้นว่าด้วยโลกอนาคต เมื่อ 'อภัย' ชายหนุ่มรูปงาม มีปัญหาขัดใจกับ 'มัจฉา' แฟนสาว แล้วโดน 'มณี' ฆาตกรกินเนื้อ (ผู้ชาย) ในคราบนักร้องสุดเซ็กซี่จับตัวไป แล้วเขาจะเอาตัวรอดอย่างไร... จุดเด่นในเรื่องนอกจากจะเพียบไปด้วยซีจีแล้ว ยังเล่าเรื่องในแบบหนังเพลงอีกด้วย
"เราอยากทำหนังเรื่องนี้มาก หลังจากไม่ได้ทำหนังมานานและไม่รู้ว่าจะมีโอกาสอีกหรือเปล่า นี่เป็นความฝันเลย และก็จะทำแบบที่อยากทำ เราติดใจวรรณคดี 'พระอภัยมณี' และอยากทำหนังไซ-ไฟ แฟนตาซี อันที่จริงเราจะเล่าเรื่องแบบธรรมดาก็ได้ แต่เราอยากทำให้หลุดจากความเป็นจริงมากที่สุด จึงเล่าเป็นเรื่องโลกอนาคตและเป็นมิวสิคัลเสียเลย ส่วนซีจีในหนังก็ทำด้วยตัวเองและมีเพื่อนๆช่วย นี่เป็นหนังสั้นที่ใช้เวลาร่วมปีกว่าจะเสร็จ"
แล้วสิ่งต่างๆ ที่เขาได้เรียนรู้จากวงการหนังใหญ่และการทำงานที่ด็อกเตอร์เฮด ส่งผลต่อ 'อภัย:มณี' หรือเปล่า?
"เราว่ามีนะ เพราะอย่างน้อยการทำงานที่ด็อกเตอร์เฮดหรือการได้ขลุกในวงการหนังใหญ่ทำให้เราเชื่อว่าการประชาสัมพันธ์และการตลาดมีผลอย่างมากที่จะทำให้หนังได้รับความสนใจ ดังนั้นไหนๆ ก็คิดว่านี่อาจจะเป็นหนังสั้นเรื่องสุดท้ายที่ได้ทำก็เลยกะว่าจะทำทิ้งทวน" (หัวเราะ)
คำว่า 'สุดท้าย' และ 'ทิ้งทวน' คือ การที่วิชชาและเพื่อนสนิทอย่าง ณพล เทียนวิหาร ในฐานะโปรดิวเซอร์ควักเงินเก็บหมดตัวร่วมแสนบาทและทุ่มเทการประชาสัมพันธ์ชนิดไม่มีหนังสั้นเรื่องไหนทำกันมาก่อน!
"เราทำหนังก็อยากให้มีคนมาดูกันมากๆ และบอกต่อๆกันไป คิดไว้ตั้งแต่เริ่มโปรเจ็กต์เลยว่าจะมีการประชาสัมพันธ์ที่ทำเองได้ง่ายๆ ทั้งการออกแบบโปสเตอร์, โปสการ์ด และการใช้สื่ออินเตอร์เน็ต เพราะเป็นสื่อที่ไม่ต้องใช้เงินและเข้าถึงคนได้มาก ทั้งการทำบล็อก หรือ Hi5, มีการให้จองบัตรล่วงหน้าผ่านอินเตอร์เน็ต บางคนเห็นภาพจากหนังนึกว่าเป็นหนังใหญ่ก็มี"
'อภัย:มณี' เปิดฉายรอบปฐมทัศน์ไปแล้วที่ Bioscope Theatre 28-30 พ.ย.ที่ผ่านมา และนี่คือความรู้สึกของวิชชา
"เรายอมรับว่าได้ผลเกินคาด เพราะนึกไม่ถึงว่าเสียงตอบรับจะดีขนาดนี้ จนผู้ชมเต็มหมดทั้ง 4 รอบ มีผู้ชมที่เคยชินกับการดูแต่หนังใหญ่ หลายๆคนมาดูและเข้าใจ"
แม้หนังจะฉายไปแล้ว แต่เรื่องราวของ 'อภัย:มณี' ในบล็อกและ Hi5 ยังคงมีอยู่ เพราะวิชชาจะคอยอัพเดทให้สื่อทั้งสองไม่หยุดนิ่งเพื่อรักษากระแสของหนังแบบต่อเนื่อง เขาฝากบอกว่าใครสนใจจะนำหนังเรื่องนี้ไปฉายก็ติดต่อเขาได้
และที่สำคัญฝันของเขายังไปไกลกว่านั้น
"ผมหวังว่า 'อภัย:มณี' จะพัฒนาต่อไปเป็นหนังใหญ่ครับ"

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น